• 2nd August 2010 - By admin

    เมื่อเราลงทุนเพื่อทำสิ่งใดลงไปย่อมหวังผลตอบแทนที่ได้จากการลงทุนนั้น ดังสำนวนที่ว่า “ปลูกพืช ย่อมหวังผล” การทำธุรกิจมีการลงทุนในปัจจัยการผลิตหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นเงินทุน แรงงาน และเวลา ต่างก็เพื่อหวังว่าจะได้ผลกำไรตอบแทนจากการลงทุนไปนั้น จะคุ้มค่ากับที่ได้ทำลงไป

    เมื่อเราลงทุนเพื่อทำสิ่งใดลงไปย่อมหวังผลตอบแทนที่ได้จากการลงทุนนั้น ดังสำนวนที่ว่า “ปลูกพืช ย่อมหวังผล” การทำธุรกิจมีการลงทุนในปัจจัยการผลิตหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นเงินทุน แรงงาน และเวลา ต่างก็เพื่อหวังว่าจะได้ผลกำไรตอบแทนจากการลงทุนไปนั้น จะคุ้มค่ากับที่ได้ทำลงไป

    Executive Summary

    การบริหารจัดการเรื่องการลงทุนขององค์กรนั้นมีการพิจารณาถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการลงทุนกับผลประโยชน์ที่ได้รับ ในการประเมินโครงการสิ่งที่เป็นมาตรการในการวัดเรื่องของปัจจัยด้านการเงินคือ ผลตอบแทนการลงทุน (Return on Investment หรือ ROI) มีเหตุผลหลักๆ 2 ประการในการคำนวณผลตอบแทนการลงทุน คือ

  • Business Case Assessment และ
  • Post – Project Assessment

    ในโครงการหนึ่งๆ มีการใช้ตัววัดค่าเพื่อใช้ประเมินผลลัพธ์ที่จะได้รับจากโครงการ ซึ่งได้แก่ ค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) อัตราผลตอบแทนภายใน (IRR) ช่วงเวลาการชำระคืน (payback period) และผลตอบแทนการลงทุน (ROI) มีการประเมินค่าใช้จ่ายในการอิมพลีเมนต์โครงการซึ่งสามารถแบ่งแยกได้เป็น 3 กลุ่มด้วยกัน ได้แก่ ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ แรงงาน โดยค่าใช้จ่ายทั้งหมดของโครงการสามารถแบ่งออกเป็น 2 อย่าง คือ ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นใหม่อีกได้ หลังจากวัดผลด้านการเงินมาใช้กับโครงการแล้ว ควรวิเคราะห์ผลลัพธ์ซึ่งในที่นี้เน้นในเรื่องที่สามารถเป็นไปได้ การวิเคราะห์ช่วยให้ ROI สามารถประเมินค่าความเสี่ยงและผลได้หรือผลเสียที่เกิดขึ้นกับโครงการได้

    ในการบริหารจัดการเรื่องการลงทุนขององค์กรนั้นมีการพิจารณาถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการลงทุนกับผลประโยชน์ที่ได้รับโดยต้องพิจารณาว่า “ทางเลือกใดที่จะก่อให้เกิดผลประโยชน์ตอบแทนสูงสุดแก่องค์กร” การเข้าใจในส่วนของค่าใช้จ่ายและผลประโยชน์ของแต่ละทางเลือกเป็นสิ่งที่จำเป็นในการตัดสินใจเพื่อการลงทุน ในการประเมินโครงการสิ่งที่เป็นมาตรการในการวัดเรื่องของปัจจัยทางด้านการเงินคือ ผลตอบแทนการลงทุน (Return on Investment (ROI) มีเหตุผลหลักๆ 2 ประการในการคำนวณเรื่องของผลตอบแทนของการลงทุน คือ

    Business Case Assessment
    ก่อนการริเริ่มโครงการนั้น ผู้บริหารโครงการจะประเมินผลประโยชน์ด้านการเงินของโครงการ ซึ่ง ROI นั้นทำให้เกิดการวัดผลด้านการเงินเพื่อประเมินคุณภาพของผลประโยชน์ตอบแทนจากโครงการ การคำนวณค่าของ ROI นั้นมีประโยชน์ในการช่วยให้ผู้บริหารสามารถประเมินผลและจัดเรียงลำดับความสำคัญเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศต่างๆ ในองค์กรได้

    Post – Project Assessment
    หลังจากสิ้นสุดโครงการแล้ว ผู้บริหารสามารถประเมินค่าของ ROI ได้ จุดประสงค์ในการประเมินค่าหลังจากสิ้นสุดโครงการก็เพื่อประเมินผลว่าค่า ROI ที่ได้ในตอนแรกกับค่า ROI หลังสิ้นสุดโครงการนั้น ถูกต้องตรงกันหรือไม่ ปัจจัยใดบ้างที่มีผลต่อการคำนวณค่า ROI ที่ได้ในตอนเริ่มโครงการ ในระหว่างขั้นตอนการอิมพลีเมนต์โครงการค่า ROI สามารถใช้เป็นวิธีการหนึ่งในการเพิ่มผลประโยขน์ทางด้านการเงินแก่องค์กร ลูกค้าและคู่ค้าได้ด้วย จากนี้เป็นวิธีการในการคำนวณค่า ROI ในโครงการรวมถึงสิ่งที่ต้องพิจารณาอื่นๆ ที่ไม่ใช่ทางการเงินด้วย

    การวัดผลทางด้านการเงิน

    การวัดผลทางด้านการเงินต่างๆ ได้ถูกนำมาใช้ในโครงการ เช่น ค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) อัตราผลตอบแทนภายใน (IRR) ช่วงเวลาการชำระคืน (payback period) และค่าการตอบแทนของการลงทุน (ROI) ค่าต่างๆ เหล่านี้แต่ละตัวนั้นใช้ในการพิจารณาวิเคราะห์ในรูปแบบเฉพาะเจาะจง สำหรับค่า ROI เป็นค่าของการวัดผลที่สำคัญในการประเมินผลประโยชน์ที่ได้รับจากโครงการ ซึ่งในการคำนวณหาค่า ROI นั้นต้องใช้ค่าของค่า NPV ค่า IRR และช่วงเวลาการชำระคืนด้วย

    ค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV)
    ในการคำนวณหาส่วนลดของกระแสเงินสดของการลงทุนนั้นต้องคำนวณหามาจากค่า NPV ซึ่งค่า NPV นี้ทำให้สามารถพิจารณาค่าเงินในเวลาที่ต่างกันได้ ยกตัวอย่างเช่น ค่าของเงิน 1 บาทในเวลา 1 ปี กับค่าของเงิน 1 บาทในเวลาอื่นๆ เป็นต้น

    ถามว่าค่าของเงิน 1 บาทในวันนี้กับค่าเงิน 1 บาทในอีก 1 ปีถัดไปมีค่าเท่ากันหรือไม่ คำตอบก็คือ ไม่เท่ากัน อันเนื่องมาจากค่าของเงินที่แปรเปลี่ยนไปตามเวลานั่นเอง ค่าของเงิน 1 บาทในอีก 1 ปีถัดไปนับจากวันนี้ย่อมมีค่าน้อยกว่าค่าของเงิน 1 บาทในวันนี้ ซึ่งอาจเป็นไปเนื่องด้วยอัตราส่วนลดหรืออัตราผลตอบแทนการลงทุน เป็นต้น อธิบายง่ายๆ คือ สมมุติว่าให้ค่าของอัตราผลตอบแทนของการลงทุนมีค่าเท่ากับ 10 เปอร์เซ็นต์ ค่าของเงิน 1 บาท ในวันนี้มีค่าเท่ากับค่าของเงิน 1.1 บาท ในอีก 1 ปีถัดไปและค่าของเงิน 1 บาท ในอีก 1 ปีถัดไปก็ย่อมมีค่าเท่ากับค่าของเงิน 0.91 บาทในวันนี้ เพราะว่ามีการคิดในเรื่องของดอกเบี้ยด้วย ซึ่งหากอัตราผลตอบแทนการลงทุนที่มีค่าเป็น 10 เปอร์เซ็นต์ ค่าของเงิน 0.91 บาท มีค่าอัตราผลตอบแทนของการลงทุนเท่ากับเงิน 0.09 บาท สูตรที่ใช้ในการคิดคำนวณค่า NPV คือ

    ?

    โดย CF คือ ค่ากระแสเงินสดสุทธิสำหรับแต่ละปีที่ใช้ในการคำนวณหาค่า NPV ซึ่งค่ากระแสเงินสดสุทธินี้ใช้แทนความแตกต่างระหว่างค่าใช้จ่ายประจำปีของสภาวะแวดล้อมต่างๆ ในโครงการกับค่าใช้จ่ายประจำปีของสภาวะแวดล้อมต่างๆ ที่มีอยู่

    r คือ อัตราส่วนลดหรืออัตราผลตอบแทนของการลงทุนในเวลาที่คำนวณค่า NPV ตัวเลือกอื่นๆ ในการคิดคำนวณอัตราส่วนลด ได้แก่ ค่าใช้จ่ายในส่วนของเงินลงทุนและอัตราการตอบแทนของโครงการอื่นๆ

    n คือ จำนวนปีทั้งหมดที่ใช้ในการคำนวณค่า NPV การคำนวณนั้นคิดในแต่ละปีที่ถูกนำมาพิจารณา

    อัตราผลตอบแทนภายใน (IRR)
    การคำนวณค่าของอัตราผลตอบแทนภายใน (IRR) นั้นคล้ายคลึงกับการคำนวณค่า NPV แต่ส่วนที่แตกต่างกันอยู่ที่ค่าของตัวแปร r ค่า IRR ถูกใช้แทนอัตราส่วนลดหรืออัตราผลตอบแทนการลงทุนของโครงการ สูตรในการคิดคำนวณค่า IRR คือ

    ?

    โดย CF คือ ค่ากระแสเงินสดสุทธิสำหรับแต่ละปีที่ใช้ในการคำนวณหาค่า IRR ซึ่งค่ากระแสเงินสดสุทธินี้ใช้แทนความแตกต่างระหว่างค่าใช้จ่ายประจำปีของสภาวะแวดล้อมต่างๆ ในโครงการกับค่าใช้จ่ายประจำปีของสภาวะแวดล้อมต่างๆ ที่มีอยู่

    r คือ อัตราผลตอบแทนภายใน

    n คือ จำนวนปีทั้งหมดที่ใช้ในการคำนวณค่า IRR การคำนวณนั้นคิดในแต่ละปีที่ถูกนำมาพิจารณา

    ช่วงเวลาการชำระคืน (Payback period)
    การคำนวณหาช่วงเวลาการชำระคืนเป็นการคิดคำนวณหาจำนวนปีที่ส่วนลดของกระแสเงินสดของการลงทุนในโครงการนั้นมีค่าเท่ากับการลงทุนตอนเริ่มแรก ยกตัวอย่าง เช่น สมมุติว่าการลงทุนตอนเริ่มแรกในโครงการ นั้นมีค่าเป็น 1,000,000 บาท และค่าเฉลี่ยในแต่ละปีของค่า NPV ในโครงการ มีค่าเป็น 250,000 บาท ดังนั้นช่วงเวลาการชำระคืนของโครงการ มีช่วงระยะเวลา 4 ปี ซึ่งคิดมาจาก 1,000,000 บาท / 250,000 บาท ดังนั้นสูตรในการคิดคำนวณค่าช่วงเวลาการชำระคืน คือ

    ?

    ค่าการตอบแทนการลงทุน (ROI)
    คิดคำนวณจากค่า NPV ในการลดค่าใช้จ่าย หารด้วยการลงทุนตอนเริ่มแรก ยกตัวอย่างเช่น สมมุติว่าค่า NPV ในการลดค่าใช้จ่ายของโครงการเท่ากับ 1,500,000 บาท และการลงทุนตอนเริ่มแรก มีค่าเป็น 1,000,000 บาท ค่า ROI ของโครงการ BI มีค่าเป็น 150 เปอร์เซ็นต์ของการลงทุนตอนเริ่มแรก สูตรในการคิดคำนวณค่า ROI คือ

    ?

    การประเมินค่าใช้จ่ายทำอย่างไร

    ค่าใช้จ่ายในการอิมพลีเมนต์โครงการสามารถแบ่งแยกได้เป็น 3 กลุ่มด้วยกัน ได้แก่ ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์และแรงงาน ซึ่งค่าใช้จ่ายกลุ่มของฮาร์ดแวร์เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ต่างๆ ของระบบสารสนเทศในโครงการ เช่น ระบบเซิร์ฟเวอร์ ระบบไคลเอ็นต์ รวมไปถึงการติดต่อสื่อสารของระบบเครือข่ายด้วย ค่าใช้จ่ายกลุ่มของซอฟต์แวร์ ได้แก่ ซอฟต์แวร์แอพพลิเคชันที่ใช้ในโครงการและค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ของระบบการจัดการฐานข้อมูลแบบความสัมพันธ์ เป็นต้น และค่าใช้จ่ายกลุ่มของแรงงานเป็นค่าใช้จ่ายในการใช้ทรัพยากรแรงงานทั้งภายในและภายนอกโครงการ ซึ่งอาจมีบุคลากรในตำแหน่งต่างๆ เช่น ผู้จัดการโครงการ ผู้วิเคราะห์ธุรกิจ ผู้เชี่ยวชาญด้านแอพพลิเคชัน ผู้ดูแลระบบในส่วนของฐานข้อมูล ผู้ดูแลระบบในส่วนของระบบการทำงานและผู้ฝึกอบรม เป็นต้น

    ค่าใช้จ่ายทั้งหมดของโครงการสามารถแบ่งออกเป็น 2 อย่าง คือค่าใช้จ่ายเริ่มต้นและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นใหม่ ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวเท่านั้น เช่น ค่าใช้จ่ายทางอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ของซอฟต์แวร์ ค่าใช้จ่ายในส่วนของแรงงานในการอิมพลีเมนต์ ปรับแต่งค่าภายในระบบ และค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม ส่วนค่าใช้จ่ายที่เกิดซ้ำซากเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าโครงการจะสิ้นสุดลงแล้วก็ตาม การเข้าใจถึงส่วนของค่าใช้จ่ายช่วยให้สามารถพิจารณาในส่วนเฟสต่างๆ ของการอิมพลีเมนต์แอพพลิเคชันได้ การประเมินค่าใช้จ่ายในการอิมพลีเมนต์แอพพลิเคชันนั้นถูกนำมาใช้ในการคิดคำนวณหาค่า ROI ด้วย

    การปฏิบัติการวิเคราะห์ค่า ROI

    หลังจากนำการวัดผลทางด้านการเงินมาใช้กับโครงการ แล้วจากนั้นเป็นการวิเคราะห์ ซึ่งในที่นี้เน้นในเรื่องของผลลัพธ์ที่สามารถเป็นไปได้ มีการสร้างแผนการต่างๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน แต่ละแผนการถูกออกแบบให้มีความเป็นไปได้และมีความเหมาะสมกับการวัดผลด้านการเงิน สำหรับโครงการนั้นผลลัพธ์ที่ได้มีดังนี้ คือ การอิมพลีเมนต์ที่ประสบความสำเร็จ การอิมพลีเมนต์ที่ประสบความสำเร็จในบางส่วน และการอิมพลีเมนต์ที่ไม่ประสบความสำเร็จ ค่าเปอร์เซ็นต์บ่งบอกถึงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น หากค่าเปอร์เซ็นต์ที่ระบุให้แก่ผลลัพธ์ในการประสบความสำเร็จมีค่าน้อยกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ โครงการนี้ก็ไม่ควรดำเนินการสร้างขึ้นมา เนื่องจากมีโอกาสสูงมากที่จะไม่ประสบความสำเร็จ การวิเคราะห์ช่วยให้ ROI สามารถประเมินค่าความเสี่ยงและผลได้หรือผลเสียที่เกิดขึ้นกับโครงการได้

    การพิจารณาในส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับด้านการเงิน นอกจากการคำนวณค่า ROI ที่เป็นตัววัดค่าชนิดหนึ่งในการประเมินโครงการแล้วยังมีส่วนอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับด้านการเงินที่ควรได้รับการพิจารณาเพิ่มเติมอีกด้วย ซึ่งได้แก่ การเผยแพร่และการเข้าถึงส่วนของระบบสารสนเทศที่ได้รับการปรับปรุง รวมไปถึงการกระจายความรู้ที่เกี่ยวกับองค์กรผ่านทางการฝึกอบรมและการวิเคราะห์ทางด้านคุณภาพในเรื่องของการสนับสนุนและความสำเร็จของโครงการด้วย

    กรณีศึกษาโครงการ
    เรามาลองพิจารณาถึงตัววัดค่าต่างๆ นี้เพื่อให้เราเข้าใจได้ดียิ่งขึ้นว่าค่าต่างๆ เหล่านี้คำนวณอย่างไรและใช้ในการประเมินผลอย่างไรบ้าง องค์กรหนึ่งต้องการอิมพลีเมนต์โครงการ Business Intelligence เราซึ่งอยู่ในฐานะผู้บริหารโครงการต้องคำนวณหาค่าใช้จ่ายและผลประโยชน์ของโครงการ เพื่อให้สามารถพิจารณาได้ว่าควรดำเนินงานสร้างโครงการนี้หรือไม่ โดยมีข้อสมมุติฐานต่างๆ ที่ถูกนำมารวมเข้าด้วยกันในกรณีนี้ คือ

  • จำนวนชั่วโมงของการทำงานต่อปีต่อคนมีค่าเท่ากับ 2,000
  • อัตราผลตอบแทนการลงทุนมีค่าเท่ากับ 9 เปอร์เซ็นต์
  • ระยะเวลาในการคิดคำนวณค่า ROI เป็นระยะเวลา 3 ปี
  • ระยะเวลาของโครงการน้อยกว่า 1 ปี

    โดยมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นของโครงการดังนี้ คือค่าใช้จ่ายของกลุ่มฮาร์ดแวร์คิดเป็นมูลค่า 400,000 บาท ค่าใช้จ่ายซอฟต์แวร์คิดเป็นมูลค่า 358,200 บาท และค่าใช้จ่ายในด้านแรงงานคิดเป็นมูลค่า 850,000 บาท รวมเป็นมูลค่า 1,608,200 บาท และมีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นใหม่อีกได้ของโครงการดังนี้ คือ ค่าใช้จ่ายของซอฟต์แวร์คิดเป็นมูลค่า 59,700 บาท และค่าใช้จ่ายในส่วนของแรงงานคิดเป็นมูลค่า 472,000 บาท รวมเป็นมูลค่า 531,700 บาท

    เมื่อนำค่าใช้จ่ายเหล่านี้มาคำนวณหาค่าใช้จ่ายที่คิดในแต่ละปี ได้ดังนี้
    ปีที่ 0 ค่าใช้จ่ายรวมคิดเป็นมูลค่า 1,608,200 บาท
    ปีที่ 1 ค่าใช้จ่ายรวมคิดเป็นมูลค่า 531,700 บาท
    ปีที่ 2 ค่าใช้จ่ายรวมคิดเป็นมูลค่า 531,700 บาท และ
    ปีที่ 3 ค่าใช้จ่ายรวมคิดเป็นมูลค่า 531,700 บาท

    ค่าใช้จ่ายสภาวะแวดล้อมปัจจุบันสามารถสรุปได้เป็นปีต่างๆ โดยเปรียบเทียบกับสภาวะแวดล้อมของโครงการดังนี้ ในส่วนของด้านแรงงานปีที่ 0 ปีที่ 1 ปีที่ 2 และปีที่ 3 ค่าใช้จ่ายด้านแรงงานในแต่ละปีคิดเป็นมูลค่า 1,200,000 บาท การเปรียบเทียบของค่าใช้จ่ายเริ่มต้นของสารสนเทศที่เกิดขึ้นในแต่ละปีระหว่างสภาวะแวดล้อมของโครงการกับสภาวะแวดล้อมของโครงการปัจจุบัน สรุปได้ดังนี้

    ค่าใช้จ่ายในสภาวะแวดล้อมของโครงการ:

    ปีที่ 0เท่ากับ 1,608,200 บาท
    ปีที่ 1 เท่ากับ 531,700 บาท
    ปีที่ 2 เท่ากับ 531,700 บาท และ
    ปีที่ 3 เท่ากับ 531,700 บาท

    ค่าใช้จ่ายในสภาวะแวดล้อมของโครงการปัจจุบัน:
    ปีที่ 0 ปีที่ 1 ปีที่ 2 และปีที่ 3 แต่ละปีมีค่าเท่ากับ 1,200,000 บาท

    เมื่อคิดในเรื่องของการลดค่าใช้จ่ายแล้ว ได้ผลสรุปคือ
    ปีที่ 1 ปีที่ 2 และปีที่ 3 ลดค่าใช้จ่ายได้ปีละ 668,300 บาท โดยเราไม่สนใจคำนวณหาค่าการลดค่าใช้จ่ายของปีที่ 0

    การคำนวณหาค่า NPV ได้ผลสรุปคือ
    ปีที่ 1 ปีที่ 2 และปีที่ 3 ลดค่าใช้จ่ายได้ปีละ 668,300 บาท รวมเป็น 2,004,900 บาท และค่าของการลดค่าใช้จ่ายสุทธิซึ่งมีค่าอยู่ที่ 9 เปอร์เซ็นต์ นำมาคำนวณหาค่า NPV รวม ซึ่งมีค่าเท่ากับ 1,691,664 บาท

    การคำนวณหาค่า IRR ได้ผลสรุปคือ ปีที่ 1 ปีที่ 2 และปีที่ 3 ลดค่าใช้จ่ายได้ปีละ 668,300 บาท รวมเป็น 2,004,900 บาท โดยมีค่าอัตราผลตอบแทนภายในเป็น 11.9 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมีค่าเท่ากับ 1,608,200 บาท

    การคำนวณหาค่าช่วงเวลาการชำระคืน หาได้จากค่าต่างๆ ดังนี้

  • ค่าของการลดค่าใช้จ่ายสุทธิ ซึ่งมีค่าอยู่ที่ 9 เปอรเซ็นต์ มีค่าเท่ากับ 1,691,664 บาท
  • จำนวนปีที่ใช้ในการคิดคำนวณ คือ 3 ปี
  • ค่าเฉลี่ยการลดค่าใช้จ่ายสุทธิ ซึ่งมีค่าอยู่ที่ 9 เปอร์เซ็นต์ หาได้จาก 1,691,664 หารด้วย 3 คิดเป็น 563,888 บาท
  • ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นในการลงทุนตอนเริ่มแรกของโครงการเท่ากับ 1,608,200 บาท
  • ช่วงเวลาการชำระคืน มีค่าเท่ากับ1,608,200 หารด้วย 563,888 คิดเป็น 2.85

    การคำนวณหาค่า ROI มีการคิดคำนวณดังนี้
    ค่าของการลดค่าใช้จ่ายสุทธิ ซึ่งมีค่าอยู่ที่ 9 เปอร์เซ็นต์ มีค่าเท่ากับ 1,691,664 บาท
    ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นในการลงทุนตอนเริ่มแรกของโครงการ เท่ากับ 1,608,200 บาท

    ค่า ROI หาได้จาก 1,691,664 / 1,608,200 แล้วคูณด้วย 100 มีค่าเท่ากับ 105

    ?

    สรุปผลของกรณีตัวอย่างศึกษา: ค่า ROI มีค่าเท่ากับ 105% ช่วงระยะเวลาการชำระคืน คือ 2.85 ปี ค่า IRR คือ 11.9 เปอร์เซ็นต์ มากกว่าอัตราผลตอบแทนการลงทุนซึ่งมีค่า 9 เปอร์เซ็นต์ ความเป็นไปได้ในการประสบผลสำเร็จมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์และผลลัพธ์รวมที่มีการให้น้ำหนักความสำคัญมีค่ามากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ สรุปได้ว่าเราสามารถดำเนินตามโครงการนี้ได้

    ก่อนดำเนินการสร้างโครงการใดขึ้นมา ควรมีการประเมินผลประโยชน์ของโครงการนี้ทั้งในด้านของปริมาณและคุณภาพ การคิดคำนวณหาค่า ROI ก็เป็นวิธีการหนึ่งในการวัดผลประโยชน์ที่องค์กรได้รับ นอกเหนือไปจากการคำนวณในเรื่องของค่าใช้จ่าย ผลประโยชน์และค่า ROI แล้ว ยังมีเรื่องขอบเขตในการนำความเป็นผู้นำในการบริหารงานและการปฏิบัติการทางธุรกิจมาใช้ด้วย การสนับสนุนจากผู้บริหารและการจัดการเข้ามามีส่วนในการปรับแต่งค่าของแอพพลิเคชันก็มีส่วนสำคัญในการทำให้ประสบความสำเร็จด้วย หากขาดสิ่งเหล่านี้การคำนวณค่า ROI ที่ทำมาก็อาจไร้ซึ่งความหมาย?

  • Comments are closed.


  • PHVsPjxsaT48c3Ryb25nPndvb19hZF9mb290ZXI8L3N0cm9uZz4gLSBmYWxzZTwvbGk+PGxpPjxzdHJvbmc+d29vX2FkX2Zvb3Rlcl9hZHNlbnNlPC9zdHJvbmc+IC0gPC9saT48bGk+PHN0cm9uZz53b29fYWRfZm9vdGVyX2ltYWdlPC9zdHJvbmc+IC0gaHR0cDovL3d3dy53b290aGVtZXMuY29tL2Fkcy93b290aGVtZXMtNDY4eDYwLTIuZ2lmPC9saT48bGk+PHN0cm9uZz53b29fYWRfZm9vdGVyX3VybDwvc3Ryb25nPiAtIGh0dHA6Ly93d3cud29vdGhlbWVzLmNvbTwvbGk+PGxpPjxzdHJvbmc+d29vX2FsdF9zdHlsZXNoZWV0PC9zdHJvbmc+IC0gZGVmYXVsdC5jc3M8L2xpPjxsaT48c3Ryb25nPndvb19hdXRvX2ltZzwvc3Ryb25nPiAtIGZhbHNlPC9saT48bGk+PHN0cm9uZz53b29fY2F0X2NvbG9yXzE8L3N0cm9uZz4gLSAwMDQ0RDY8L2xpPjxsaT48c3Ryb25nPndvb19jYXRfY29sb3JfMTA8L3N0cm9uZz4gLSBCODAwQ0M8L2xpPjxsaT48c3Ryb25nPndvb19jYXRfY29sb3JfMTE8L3N0cm9uZz4gLSAwRTgyN0M8L2xpPjxsaT48c3Ryb25nPndvb19jYXRfY29sb3JfMTI8L3N0cm9uZz4gLSBDRjBFNUI8L2xpPjxsaT48c3Ryb25nPndvb19jYXRfY29sb3JfMTQ8L3N0cm9uZz4gLSBCNTlEMDA8L2xpPjxsaT48c3Ryb25nPndvb19jYXRfY29sb3JfMzwvc3Ryb25nPiAtIEU4MUExQTwvbGk+PGxpPjxzdHJvbmc+d29vX2NhdF9jb2xvcl83PC9zdHJvbmc+IC0gMkY4MjA5PC9saT48bGk+PHN0cm9uZz53b29fY2F0X25hdl8xPC9zdHJvbmc+IC0gZmFsc2U8L2xpPjxsaT48c3Ryb25nPndvb19jYXRfbmF2XzEwPC9zdHJvbmc+IC0gZmFsc2U8L2xpPjxsaT48c3Ryb25nPndvb19jYXRfbmF2XzExPC9zdHJvbmc+IC0gZmFsc2U8L2xpPjxsaT48c3Ryb25nPndvb19jYXRfbmF2XzEyPC9zdHJvbmc+IC0gZmFsc2U8L2xpPjxsaT48c3Ryb25nPndvb19jYXRfbmF2XzE0PC9zdHJvbmc+IC0gZmFsc2U8L2xpPjxsaT48c3Ryb25nPndvb19jYXRfbmF2XzM8L3N0cm9uZz4gLSBmYWxzZTwvbGk+PGxpPjxzdHJvbmc+d29vX2NhdF9uYXZfNzwvc3Ryb25nPiAtIGZhbHNlPC9saT48bGk+PHN0cm9uZz53b29fY3VzdG9tX2Nzczwvc3Ryb25nPiAtIDwvbGk+PGxpPjxzdHJvbmc+d29vX2N1c3RvbV9mYXZpY29uPC9zdHJvbmc+IC0gPC9saT48bGk+PHN0cm9uZz53b29fZmVlZGJ1cm5lcl91cmw8L3N0cm9uZz4gLSA8L2xpPjxsaT48c3Ryb25nPndvb19nb29nbGVfYW5hbHl0aWNzPC9zdHJvbmc+IC0gPC9saT48bGk+PHN0cm9uZz53b29fbG9nbzwvc3Ryb25nPiAtIDwvbGk+PGxpPjxzdHJvbmc+d29vX21hbnVhbDwvc3Ryb25nPiAtIGh0dHA6Ly93d3cud29vdGhlbWVzLmNvbS9zdXBwb3J0L3RoZW1lLWRvY3VtZW50YXRpb24vd29vdGhlbWUvPC9saT48bGk+PHN0cm9uZz53b29fcG9zdF9zaXplPC9zdHJvbmc+IC0gdHJ1ZTwvbGk+PGxpPjxzdHJvbmc+d29vX3Jlc2l6ZTwvc3Ryb25nPiAtIHRydWU8L2xpPjxsaT48c3Ryb25nPndvb19zaG9ydG5hbWU8L3N0cm9uZz4gLSB3b288L2xpPjxsaT48c3Ryb25nPndvb19zaWRlYmFyX2FkX2hyZWZfMTwvc3Ryb25nPiAtIGh0dHA6Ly93d3cud29vdGhlbWVzLmNvbTwvbGk+PGxpPjxzdHJvbmc+d29vX3NpZGViYXJfYWRfaHJlZl8yPC9zdHJvbmc+IC0gaHR0cDovL3d3dy53b290aGVtZXMuY29tPC9saT48bGk+PHN0cm9uZz53b29fc2lkZWJhcl9hZF9ocmVmXzM8L3N0cm9uZz4gLSBodHRwOi8vd3d3Lndvb3RoZW1lcy5jb208L2xpPjxsaT48c3Ryb25nPndvb19zaWRlYmFyX2FkX2hyZWZfNDwvc3Ryb25nPiAtIGh0dHA6Ly93d3cud29vdGhlbWVzLmNvbTwvbGk+PGxpPjxzdHJvbmc+d29vX3NpZGViYXJfYWRfaW1nXzE8L3N0cm9uZz4gLSBodHRwOi8vd3d3Lndvb3RoZW1lcy5jb20vYWRzL3dvb3RoZW1lcy0xMjV4MTI1LTEuZ2lmPC9saT48bGk+PHN0cm9uZz53b29fc2lkZWJhcl9hZF9pbWdfMjwvc3Ryb25nPiAtIGh0dHA6Ly93d3cud29vdGhlbWVzLmNvbS9hZHMvd29vdGhlbWVzLTEyNXgxMjUtMi5naWY8L2xpPjxsaT48c3Ryb25nPndvb19zaWRlYmFyX2FkX2ltZ18zPC9zdHJvbmc+IC0gaHR0cDovL3d3dy53b290aGVtZXMuY29tL2Fkcy93b290aGVtZXMtMTI1eDEyNS0zLmdpZjwvbGk+PGxpPjxzdHJvbmc+d29vX3NpZGViYXJfYWRfaW1nXzQ8L3N0cm9uZz4gLSBodHRwOi8vd3d3Lndvb3RoZW1lcy5jb20vYWRzL3dvb3RoZW1lcy0xMjV4MTI1LTQuZ2lmPC9saT48bGk+PHN0cm9uZz53b29fc2luZ2xlX3RodW1iPC9zdHJvbmc+IC0gZmFsc2U8L2xpPjxsaT48c3Ryb25nPndvb190aGVtZW5hbWU8L3N0cm9uZz4gLSBteXdlYmxvZzwvbGk+PC91bD4=